Somoh in wonderland. :)

^3^ 지금처럼 행복하게 잘 살아 ^o^

10Days for A Campervan's life :)

another unforgettable moments of my life.

Staying 24-7 in campervan, sleep, eat, everything. 
from place to place, from day to night, from hot to cold.


เป็น 10 วันที่อยู่บนรถบ้านตลอด กิน นอน ล้างหน้า แปรงฟัน เล่นสนุก เดินทาง
อยู่ในนี้หมดเลยจริงๆ เหมือนบ้านเคลื่อนที่เลย ไม่ได้รู้สึกว่าการเดินทางมันลำบากเลย

ช่วงแรกก่อนจองคิดแล้วคิดอีกว่าจะยังไงกันนะ อ่านรีวิวแล้วดูมีปัญหาเยอะจังเลย จะรอดมั้ย
น้ำ ไฟ ที่พักต้องพักที่มีไฟไม่งั้นไฟหมด น้ำต้อง dump ออก ต้องเติมเข้า คอยหาที่เติมน้ำ
ค่อนข้างเตรียมตัวกันมาเยอะในจุดนี้ ซึ่งเอาจริงไม่มีอะไรเลย 55555+ 
จำได้ว่าของที่ในรถบ้าน list ไว้ยาวมากกกกก
มีทั้งหัว dump พวกของใช้ เครื่องปรุง ผ้าเช็ดทำความสะอาด น้ำยาล้างจาน
ดูเยอะเนอะ


Campsite
Powered and non-powered campsite


Powered campsite :: เป็น campsite ที่มีไฟเสียบรถบ้านนั้นเอง เสียบแล้วไฟฟ้าข้างในพวก microwave, heater จะใช้ได้  เสียค่าใช้จ่ายกันคนละ 20เหรียญโดยประมาณ ลักษณะก็จะแตกต่างกันออกไป  หลักๆ ก็มีครัว ห้องน้ำ ที่ dump ที่เติมน้ำ ห้องนั่งเล่นบางที่มีทุกอย่างฟรีหมด ใช้ได้หมดเลย บางทีห้องน้ำมี password บางทีห้องน้ำต้องหยอดเหรียญ 2NZD ถ้าจะอาบน้ำอุ่น สำหรับอาบ 10นาทีด้วยนะ (อันนี้ลุ้นมากว่าจะอาบทันมั้ย สรุปมีเวลาเหลือตั้ง 3นาที)
งานหลักของรถบ้านที่ campsite คือเสียบสายไฟเข้ากับรถ เติมน้ำดี dump น้ำเสียออก
dump น้ำนี้สำคัญ ต่อให้มีที่วัดน้ำ บทพี่แกจะเต็ม แกก็ล้นเอาดื้อ ๆ นี่น้ำเสียนองออกมาจากห้องน้ำเอาวันสุดท้าย dump ออกแทบไม่ทัน เหม็นไปเลย 5555 

เรื่องตื่นเต้นของ power campsite ไม่ค่อยมีอะไรมาก วันแรกอาจจะยังเงอะๆ งะๆ กับการต่อสายไฟ สายน้ำ วันที่สองจะชินแล้วก็ทำเร็วไปเอง



Non Powered Campsite :: ชื่อก็บอกอยู่ว่า non powered ไม่มีอะไรเลยนั่นเอง อย่างดีหน่อย มีห้องครัวให้ มีน้ำให้ แต่ไม่มีไฟนะ ถ้าจะทำกับข้าวต้องเอาเตาแก้สปิคนิคมาเอง ต้องทำกับไฟฉายด้วย ครัวมีแค่ห้องเปล่าๆ กับ counter เท่านั้น 5555  ห้องน้ำ มีแบบดีคือมีน้ำ เป็นห้อง อีกแบบคือส้วมหลุมเลย เป็นหลุมเล็กๆ อยู่กลางป่าเลย แต่ก็ต้องเสียค่าจอดรถนะ  เป็นค่า maintenance สถานที่เค้า คืนที่ไม่มีไฟใช้ก็ทำกับข้าวกันในรถ กินๆ แล้วก็นอนเลย กลางคืนอยู่ในรถไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่ ผ้าห่มในรถบ้านอุ่นมากด้วย หลับสนิททุกคืน

เรื่องตื่นเต้นของ non-powered campsite มีอยู่คืนนึงพายุเข้า ฝนตกหนักลมแรงมาก แล้วต้องอยู่ที่ campsite แบบไม่มีอะไรเลยนอกจากส้วมหลุม แต่ส้วมสะอาดอยู่นะ ดีไม่มีกลิ่นเลย กลางคืนทำกับข้าวในรถ ต้มๆ เอา ง่ายๆ กลิ่นไม่แรง ถ้าจะไปห้องน้ำต้องเอาไฟฉายไปด้วย คือมืดมาก ไม่เห็นอะไรเลยนอกจากไฟรถข้างๆ ขนาดนั่งอยู่ในรถยังเห็นแค่ไฟรถที่เข้ามาจอดเพิ่มเท่านั้น คือพีคมาก กระโดดออกจากรถไปห้องน้ำ จ๋อมมม ลงน้ำเลย 555 ฝนตกหนักมากจริง ลมก็แรงมาก รถสั่นเป็นระยะๆ เลย อย่าเรียกสั่นเลย เรียกเขย่าก็ได้ เสียงลมตีกระจกแบบ วืด วี๊ วี๊ ดังตลอด สุดท้ายทุกคนก็หลับไปด้วยความเหนื่อย หรืออิ่มไม่รู้ 5555   
ความพีคอีกอย่างคือตื่นมาตี 5 เจอกับทางช้างเผือก T.T สวยมาก พาดอยู่บนหัวเลย ท้องฟ้าต่างจากเมื่อคืนแบบ...... เมฆหายไปหมดแล้ว เหลือแค่ดาวกับดาวจริงๆ ดีกับใจ ฟินมาก



a fantastic panorama view from the back of our campervan

อีกเรื่องนึงคือวันแรกๆ อาจจะยังไม่คุ้นกับการเที่ยวกับรถบ้าน เวลาขับรถ พวกจานชามหม้อ จะมีเสียงดังแกร้งๆ กระทบกันตลอด ยิ่งถ้าไปที่ๆ ทางขรุขระ หรือถ้าต้องเลี้ยว เสียงจะดังชัดมาก ช่วงแรกจะตกใจ เสียงไรฟระ?  งี้  แล้วถ้ามีอะไรวางอยู่บน counter บนเก้าอี้ มันจะชอบไหลลงมาหมดเลย ต้องคอยเก็บ ตรวจสอบความเรียบร้อยทุกครั้งก่อนออก วันหลังๆ นี่ชินละ อะไรหล่น อะไรตก เสียงมาจากตรงไหนจะรู้เองเลย 555 ปล่อยผ่าน ต้องเชค cabin crews prepare to take off กันทุกครั้ง อันนี้ขำมาก

Preparation to live in campervan. 
- food make sure u prepare insufficient food for your trip
- shopping at countdown 5555 i'll survive.
- slipper
- warm clothes if you getting cold easily.
- soft case bag or backpack. space is limited inside the campervan so, soft case bag is necessary. 




Warm Welcome New Zealand~ 

A place i first have plan to visit in Dec 2015 but ticket is quiet expensive.
Finally, I made it happen in April 2016. better in Autumn.

Our 12days trip. Start from North to South.

Day-1 :: Auckland - Chinese Restaurant - Ben and Jerry - Devontport
I were there in late evening. watching night sky instead. 
Unbelievable that i can see a milky way above the sky with city light.
even it windy we were enjoy it so much.


Devontport, Auckland, North Island, New Zealand 


Day-2 Hamilton Garden - Hobbiton - Blue pool Te Waihou - Burger Burger




Walking day in Kyoto

Togetsukyo Bridge


Here is my plan.


Arashiyama Area








Kinkakuji Temple (Golden Pavilion)


Gion Area


Kiyamizu Dera Temple


Kyoto view :) 





 first pic from OSAKA, thanks god!
it was a drink vending machine.

Hello OSAKA รูปแรกกดได้รูปนี้เลย 
such a nice welcome.

กล้องใหม่ไม่คุ้นมือ หนักด้วย full frame ถ่ายมาได้แค่นี้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว




Going around OSAKA, visit attraction places by unlimited train riding.


here is my plan
แพลนไว้คร่าว ๆ ว่าอยากเดินเล่นทั่วโอซาก้า
หาข้อมูลอยู่หลายแหล่ง ได้ความว่าใช้ OSAKA Amazing Pass ดูจะคุ้มสุด

เที่ยวรอบโอซาก้ากะ OSAKA Amazing pass ไปไหนมาบ้างตาม list นี้เลยยยก๊าา

I stayed at Nambanaka area, woke up around 8am and walking to Kuromon market. To get there, It took around 5-10mins walk.


เป้าแรก กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เติมพลังก่อน (ทั้งๆที่เมื่อคืนตี 3 ยังนั่งกินขนมอยู่)
ตลาดคุโรมอน แถวที่พัก เดินแป๊บเดียว ไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงละ


Kuromon market is quiet small, consist of 2 main streets and small street inside.
Most of shop sale food, seafoods is most famous.

ตลาดเปิด 9โมง จริง ๆ ตอนนั้นไป 9โมงนิด ๆ ก็ยังไม่ค่อยพร้อมเปิดเท่าไหร่
ร้านอาหารทะเลสด ๆ เยอะ เนื้อก็มี supermarket ก็มี traditional food ก็มี
ถือเป็นอีกตลาดที่ชอบเลยล่ะ แต่ของกินราคาโหดไปนิดดดดดด
แอบสะพรึงเบา ๆ คิดนานมากว่าจะกินดีมั้ยแต่ละอย่าง
ในนี้มีแต่ทัวร์จีนมาลง คนไทยก็เยอะ เดินอยู่ได้ยินแค่ 2ภาษา 
------ทัวร์จีนวิ่งมาชนละขอโทษ  แต่ ๆ ๆ เจอคนไทยแซงคิววววซะงั้นนน--------




after finish Kuromon market.
i'm walking to Dotonbori area, 

 look quiet right?
~10am here

เสร็จจากตลาด กินไม่อิ่ม ช่างเหอะ เดินต่อมาที่ Dotonbori เพื่อจะไป Namba Station
หาซื้อ OSAKA Amazing pass แล้วก็ลุยต่อ step ต่อไป
ด้วยความที่ Namba Station นั้นกว้างใหญ่มาก มีทางออกประมาณ 50 ทาง
เดินวนหาที่ขายพาสอยู่นานสองนาน หาไม่เจอ
ถามเจ้าหน้าที่ก็ชี้ซ้าย เดินไปซ้าย คนซ้ายให้เดินกลับมาทางขวา เดินอยู่สามรอบได้
สุดท้ายเจอ อยู่ตรงทางที่เดินมาทีแรกนั่นแหละ 5555+ คือไร
*ที่ซื้อพาสจะอยู่ใกล้กับสถานี Namba สาย Midosuji






then Namba station to get "OSAKA amazing pass"
i've choose 2days pass 3000
(unlimited train/subways ride and enter attractions with free of charge)

ซื้อ 2days pass มา เพราะวันถัดไปจะใช้นั่งรถไฟในโอซาก้าอีกหลายรอบ







first of all going to umeda station.
to get another cards. (Hanshin and Hankyu for my next day trip to Kobe and Kyoto)
เริ่มใช้ pass แล้ว นั่งสาย midosuji สีแดง มาลง umeda station 
เพื่อซื้อ Hanshin, Hankyu pass สำหรับไปเกียวโตกะโกเบวันถัด ๆ ไป
-เดินหลงวนอยู่ในสถานีนานมาก เดินจนผอม-
Namba ว่าใหญ่แล้ว เจอ Umeda เข้าไป งงหนักกว่าเดิม ฮาาาา
ต้องหา Hankyu office ให้เจอ งานท้าทาย
ที่ต้องวิ่งวนไปวนมาอยู่ในสถานี เพราะออกมาก็ไม่รู้ว่าตรงที่ยืนอยู่เป็นตึกอะไร
ที่เสาจะไม่มีบอกเหมือนเกาหลี ทุกทางคือเชื่อมกันหมดเลย
อยากจิร้องไห้มันทุกที...... 
สรุปคือออกจาก midosuji line แล้วก็เดินมาที่ Hankyu building 
จากนั้นก็เดินผ่านมาจนถึง jr station ไม่ต้องเลี้ยวไป jr ให้เดินต่อ ตรงต่อไป
จะมี office เล็กๆ ตั้งอยู่

let's go to the first stop nearby Umeda station
Hep-Five ferris wheel.
normally it cost 500円, but u can ride it for free when u have OSAKA Amazing pass.
Just show it!







next stop one of my fav place in OSAKA.
"OSAKA CASTLE"




then, Tempozan ferris wheel and OSAKA aquarium here.

Not at all >.< Weather is getting cold and windy on that day.




get back to the city.. umeda station is crowed today.




walking to Umeda Sky Building
enjoying panorama night view




and going back to Dotonbori again.
looks totally different from the morning.






Look quiet tired???
So, i enjoy more and more. from 8am to 11pm.












Back to Japan once again, first time in OSAKA
Normally i really dont like Japan, this time i will give a chance to prove it once more. >.<
ไม่ค่อยชอบญี่ปุ่น ไปแล้วรู้สึกไม่อิน แต่ครั้งนี้จะให้โอกาสอีกครั้งกับ โอซาก้า นะ ^^

เพราะพยายามอ่าน review จาก pantip แม่งมีแต่ข้อดี กับอ่านแล้วจับใจความไม่ได้ เหมือนเด็กไร้สาระมาเล่าให้ฟังว่าไปทำอะไรมาบ้างอ่ะ 555 เลยต้องพึ่ง lonely planet กับ japan-guide เหมือนทุกครั้งไป
ช่วยได้เยอะเลย ขอบคุณมากข่า




สรุปแล้ว......
ถ้าให้เลือกความชอบ VS ไม่ชอบ เต็ม 100 นี้ ชอบ 25 VS ไม่ชอบ 75 เลย ขนาดนั้นเลยแหละ 5555





Things i love in OSAKA (Kansai)
- คนเดินเร็วดีมาก ชอบมาก เดินใส่ speed ขนาดนี้ไม่ได้แน่นอนในไทย
- ทางเท้าดีมาก เดินได้ตลอด ปลอดภัย เดินได้เยอะดี
- มีทางจักรยาน ไปไหนสะดวกหน่อย
- รถไฟถึงทุกที อันนี้ดีมาก ข้อเสียก็มีนะ
- ชอบรถไฟ เงียบดี ชอบมากกกกกกกกก ที่ไทยเสียงดังยังกะตลาดสด
- ตู้กดน้ำเยอะดี สะดวก
- คนที่นี้ดูใจดี คืออยากช่วยเหลือ แต่พูดอังกฤษไม่ได้ คือไม่รู้ว่าพยายามจะสื่ออะไร ชี้ ๆ อย่างเดียว ค่ะ
- มีที่จอดจักรยานเป็นจริงเป็นจัง
- park คือดี ต่อให้ไม่มี park ก็วิ่งได้รอบ ๆ เมือง
- ไฟแดง ไฟข้ามถนน รถจอดให้





Things i hate in OSAKA (Kansai)
- ไม่มีภาษาอังกฤษ!!! เรื่องใหญ่มากอิบ้า  คือแทบจะไม่มี ร้านพวก family mart ก็หายากมากภาษาอังกฤษ คือรำมาก ทุกอย่างเดา ๆ สุ่ม ๆ หยิบมาหมดอ่ะ อ่านไม่ออก
- English menu คือมีไว้อ่าน แล้วสั่งนะ มีหลายร้านที่ถามนอกเหนือจากเมนูแล้วตอบไม่ได้ รำกับสกิลภาษาอังกฤษคนประเทศนี้มากกกกกกเหอะ ไม่มานานแล้วนึกว่าจะพัฒนาบ้าง ไม่มี๊
- รถไฟมีภาษาอังกฤษน้อยมากกกกกก อันนี้เกลียดมาก คือแบบบบบบบบบ เฮ้ย ช่วยต้อนรับนักท่องเที่ยวบ้าง สตั้นสิครัช พุดไรฟังไม่ออกเลย แมวน้ำ ตั้งแต่ป้ายซื้อตั๋วละ มี 2ป้ายให้ดู ป้ายนึงมีแค่ญี่ปุ่น อีกป้ายถึงมีอังกฤษ งงไปอีก.....
- เครื่องซื้อตั๋วก็ยาก อังกฤษก็ไม่ได้ช่วยอะไรรรรรรร (ยังมีความโชคดีที่คุณลุงน่ารักคนนึงมาช่วยแนะให้ว่าซื้อยังไง เป็นคนญี่ปุ่นคนเดียวเลยในทริปที่เดินมาช่วยเหลือ แล้วก็พูดภาษาอังกฤษ ขอบคุณค่าาาาาา #ร้อง)
- บนรถไฟ บางสายไม่มีอังกฤษเลย นั่งถีงสถานีไหนยังไม่รู้ โห่ว แต่ยังดีที่ไม่หลงทาง ฮ่าๆ ๆ ๆ คือใช้ google ช่วย แต่ google มีชื่อสถานีเป็นภาษาอังกฤษ แต่อีบนรถไฟดันบอก No.ของสถานี บอกชื่อแต่เป็นญี่ปุ่น พังเข้าไปได้อีกสิ
- ถ้าอยากลองร้าน local นี่แล้วใหญ่ ไม่ต้อนรับเลย no english ซะดื้อ ๆ หึ!
- อยากสั่งอาหารง่ายนิดเดียว ดูจาก english menu (ถ้าร้านนั้นมี) แล้วก็จิ้มค่ะ ไม่ต้องสื่อสารอะไรต่อ 55
หรือบางร้านถ้ามันไม่มี english menu จริง ๆ ก็ชี้ไป this one คือไรไม่รู้ this one หมดทั้ง trip อ่ะ
-  ของแพง มี tax ทุกอย่าง รู้สึกเหมือนเข้าร้านแพงๆ ในไทยตลอด ที่มี tax+service charge ไม่ชอบเลย
- อาหาร ไม่อร่อยได้อีก เค็ม มัน Y.Y  ปกติไม่ค่อยชอบอาหารญี่ปุ่นเท่าไหร่ มากินที่นี่ยิ่งไม่ชอบไปอีก 555 แป้งทั้งนั้น จบนะ
- เนื้อไม่อร่อย มันละลายในปากแบบแป๊บเดียวหมด แพงด้วย มันแผล่บ แล้วก็ติดเค็ม แอบเซ็ง
- ในร้านสะดวกซื้อหลายร้านไม่มี counter ให้หยุดกิน ฟฟฟฟฟฟฟ
- cafe น้อยมาก ไม่เข้าใจหลาย ๆ ร้านมีให้ take out แต่ไม่มีที่ให้กิน งง ตรงนี้สุดละ หรือถ้านั่งกินก็ต้องสั่งอย่างน้อยกี่อย่าง สั่งอะไรบ้าง หรอ?
- เข้า cafe ต้องสั่งน้ำทุกครั้ง แม้ว่าจะอยากกินแค่ cake/chocolate ที่สำคัญทุกคนต้องสั่งน้ำ บายยยยย
- ย่านคาเฟ่กุ๊กกิ๊ก แบบในพันทิพรีวิว ไม่เห็นจะกุ๊กกิ๊กตรงไหน เหอะ ๆ ๆ ๆ ๆ แทบจะไม่มีอะไรเลยด้วยซ้ำ
-

to be continued......